การทำความสะอาดหลังพายุแคทริน่า: Venture Crew 10 กลับไปทำต่อ
การพาเด็ก 15 คนที่มีอายุตั้งแต่ 11 ถึง 18 ปี เดินทางไปยังไบโลซีรัฐมิสซิสซิปปี อาจไม่ใช่แนวความคิดของใครก็ได้ที่ต้องการใช้เวลาวันลาพักผ่อนเจ็ดวัน แต่สำหรับ Barry Dahlberg และผู้ใหญ่อีกเก้าคน ซึ่งรวมถึง Bob และ Jim DeVlieger ซึ่งเป็นพนักงาน Hamilton Sundstrand และเด็กๆ ที่เป็นลูกเสือของ Boy Scouts of America Venture 10 Crew นี่เป็นประสบการณ์ที่จะตราตรึงไปตลอดชีวิต
ด้วยการเข้าทำงานต่อจากงานที่กลุ่มอาสาสมัครอื่นๆ ทำค้างไว้ Venture Crew 10 ช่วยเจ้าของบ้านในไบโลซีทำงานต่างๆ ได้แก่ การเตรียมฐานราก สร้างกระต๊อบ ทำงานไม้ งานประปา และปูกระเบื้อง พวกผู้ใหญ่คอยดูแลการใช้เครื่องมือ ส่วนเด็กๆ จัดการกับงานของพวกเขาตั้งแต่ต้นจนจบ Dahlberg กล่าวว่า "เราไปที่ไบโลซีครั้งแรกปีที่แล้ว เพื่อช่วยสร้างแคมป์ลูกเสือในคิลน์ รัฐมิสซิสซิปปี ที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากพายุ และเด็กๆ ของเราต้องการกลับไปดูว่า มีอะไรที่พวกเขาจะช่วยได้อีก การเดินทางของปีนี้ต่างจากปีที่แล้ว เพราะเรามีเด็กที่อายุน้อยกว่ามาด้วย รวมทั้งเด็กผู้หญิงและผู้หญิงที่มาช่วยเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นเรื่องเยี่ยม"
ก่อนที่การเดินทางจะเริ่ม ได้มีการเตรียมการล่วงหน้าหลายเดือน Venture Crew 10 ขายเนยแข็งได้จำนวนมาก และจัดเลี้ยงสปาเก็ตตี้มื้อเย็น เพื่อระดมเงินเป็นค่าอาหาร น้ำมันรถ และของจำเป็นอื่นๆ ระหว่างการผจญภัยตลอดสัปดาห์ พร้อมด้วยเงินจากโครงการ Volunteer Grant ของ UTC กลุ่มได้ออกเดินทางไปไบโลซีโดยมีเงิน 9,000 เหรียญ เงินจำนวนนี้ไม่เพียงครอบคลุมค่าใช้จ่ายของพวกเขา แต่ยังสามารถบริจาคให้โบสถ์ First United Methodist Church ในไบโลซี ซึ่งพวกเขาได้อาศัยพักในห้องเรียนที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องนอนสำหรับบรรดาอาสาสมัคร โบสถ์ยังได้ให้การสนับสนุนโครงการของพวกเขาด้วย
"ครั้งนี้ไบโลซีดูเปลี่ยนไป เพราะซากปรักหักพังจากพายุได้ถูกนำออกไปมากแล้ว แต่แม้เวลาจะผ่านไปนาน ผู้คนยังคงอยู่ในรถพ่วง FEMA หรือพยายามทำให้บ้านของพวกเขาอยู่ได้อีกครั้ง การทำงานกับโครงการเหล่านี้ ทำให้พวกเรามีโอกาสพูดคุยกับคนที่รอดชีวิตจากแคทริน่า การได้ยินเรื่องราวของพวกเขา ทำให้พวกเราทุกคนประทับใจมากทีเดียว" Dahlberg กล่าว "แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่งาน ไม่มีการพักผ่อนเลย คืนหนึ่ง เรานำเรือใบออกไปในอ่าว เพื่อดูพระอาทิตย์ตก และในคืนก่อนที่พวกเราจะกลับบ้าน เราได้กินถั่วแดง ข้าว และลิ้มลองสิ่งใหม่คือ...กุ้งก้าม เจ้าของบ้านช่วยเราปรุงอาหาร และสาธิตการกินกุ้งก้ามให้เราดู นี่เป็นช่วงเวลาที่สนุก และเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการจบการผจญภัยของเรา"
พนักงาน Sikorsky สนับสนุนองค์กรทหารผ่านศึก
Bob Chechoski ทำงานใน Sikorsky มานานกว่า 24 ปีแล้ว "เวลาดูเหมือนติดปีกบิน เพราะผมสนุกกับงาน และตระหนักถึงความสำคัญของการทำงานให้ถูกต้อง"
นอกจากงานแล้ว Bob ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขาสนับสนุนองค์กรทหารผ่านศึก โดยการรวบรวมเงินบริจาค และจัดทำชุดสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อสนับสนุนกองกำลังทหารที่ประจำอยู่ต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2550 เพียงปีเดียว Bob ส่งชุดสิ่งของไปแล้วกว่า 80 ชุดออกนอกประเทศ แม้ว่าสิ่งของแต่ละชุดจะแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่บรรจุอาหารที่ไม่เน่าเสีย ตั้งแต่ลูกกวาดไปจนถึงไก่งวงวันเทศกาล เครื่องอาบน้ำ ภาพยนตร์ และเกมส์ PlayStation และ Xbox โดยทั่วไป ชุดหนึ่งๆ จะหนักระหว่าง 45 ถึง 65 ปอนด์
Bob ติดต่อกับทหารหลายคนผ่านอีเมล์อย่างสม่ำเสมอ พวกทหารบอกให้เขารู้เมื่อได้รับชุดสิ่งของ และยังขอสิ่งที่ตนต้องการ หรืออยากได้ด้วย "ทุกครั้งที่ผมได้รับข่าวคราวจากทหาร ผมจะรู้สึกสุขใจ พวกเขาสมควรได้รับทุกสิ่งที่เราส่งไปให้ เพราะพวกเขาอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก และสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ทุกชิ้นทำให้พวกเขามีความหวัง เป็นเช่นนั้นจริงๆ เชื่อผมเถอะ" Bob พูด
Bob ซึ่งได้เคยปฏิบัติภารกิจในเวียดนามมาแล้วสามครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2509 ถึง 2512 เขาจำได้ว่า มีคนส่งสิ่งของมาให้กองทหารไม่มากเลย "มันทำให้กำลังใจของเราลดลง และทำให้เรารู้สึกราวกับว่าไม่มีใครใยดี ประสบการณ์นี้นำมาซึ่งการรณรงค์ของผมเพื่อกองทหาร และผมได้ทำตามหน้าที่พลเมืองที่ดีของผม" เขาพูด
Bob แสดงการสนับสนุนของเขาในหลากหลายวิธี - ทุกวิธีล้วนเพื่อให้เกียรติแก่ผู้ที่รับใช้หรือได้รับใช้กองทัพ เป็นเวลานาน 15 ปีแล้ว ที่เขาได้เข้าร่วมกับโรงพยาบาล West Haven ในคอนเนคติกัต รัฐเวอร์จิเนีย โดยรับหน้าที่เป็นตัวแทนบริการสำหรับทหารผ่านศึกที่ต้องการความช่วยเหลือในการกรอกแบบฟอร์มการเรียกร้องสิทธิ์ หรือเป็นตัวแทนในคดีความในศาล Bob มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนของทหารบก ทหารเรือ และนาวิกโยธินด้วย โดยเขาช่วยทหารผ่านศึกให้ได้รับกองทุนของรัฐ และบ้านพักสวัสดิการและการจ้างงาน
ทว่าการอุทิศตัวของ Bob ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ในฐานะสมาชิกของทหารผ่านศึกเวียดนามแห่ง America Chapter 251 เขาได้จัดตั้งฝ่ายระดมทุนชุมชนและงานสังคม เพื่อระดมเงินสำหรับกองทหาร และเป็นเจ้าพนักงานบริการให้แก่กองทหารอเมริกา "ทุกสิ่งที่เราทำ ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมหึมาในชีวิตของกองทหารของเรา และพวกเขาซาบซึ้งการสนับสนุนของเรามาก" เขากล่าว
Bob เข้าร่วมสมาคมทหารผ่านศึกของ Sikorsky (SVA) ในปี พ.ศ. 2550 เพื่อก่อให้เกิดความสนใจในกองทหาร และเพื่อกระตุ้นพนักงาน Sikorsky ให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกองทหาร และทหารผ่านศึกทั้งที่อยู่ที่นี่และในชุมชน SVA เป็นเจ้าภาพระดมสิ่งของที่จะส่งไปทุกปี ปีละสองหน "ผู้คนเริ่มรู้จักโครงการนี้มากขึ้น และเราได้เห็นพนักงานที่มาบริจาคสิ่งของมากขึ้นเรื่อยๆ " Bob พูด
เขายังเป็นเจ้าภาพจัดงาน "สนับสนุนกองทหารของเรา" เป็นครั้งคราว เพื่อให้พนักงาน Sikorsky มีโอกาสเขียนข้อความลงบนธง "สนับสนุนกองทหารของเรา" เพื่อให้กำลังใจ และแสดงให้เห็นการสนับสนุนของ Sikorsky ที่มีให้แก่ผู้ที่กำลังรับใช้ประเทศชาติของเรา
เมื่อไม่นานมานี้ Bob ได้รับการต้อนรับที่คาดไม่ถึงจนเกือบทำให้เขาหลั่งน้ำตา ทหารคนหนึ่งซึ่งกลับจากอิรัก เคยได้รับชุดสิ่งของบำรุงขวัญของ Bob เขาตัดสินใจที่จะขอบคุณ Bob เป็นการส่วนตัว เพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณสำหรับของขวัญและอีเมล์ให้กำลังใจ "เมื่อกองทหารแสดงให้ผมทราบว่า ของขวัญของเรามีความหมายต่อพวกเขามากเพียงใด มันทำให้ผมมั่นใจว่า เรากำลังทำหน้าที่ส่วนของเราในการสนับสนุนประเทศ ตลอดจนบรรดาผู้ที่ช่วยให้เราปลอดภัย"
การสร้างสิ่งก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้นด้วย Habitat for Humanity - นิวยอร์คซิตี้
การเข้าไปมีส่วนร่วมของ UTC ในโครงการ Habitat for Humanity - New York City เป็นเวลานานหลายปีได้รับการส่งเสริมในเดือนกันยายน พ.ศ. 2550 เมื่อกลุ่มอาสาสมัครของบริษัทเข้าร่วมสร้างที่พักอาศัยสำหรับหลายครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่องค์กรเคยสร้างมา โครงการ Habitat ที่มีความสำคัญนี้เป็นคอนโดมีเนียม 41 ยูนิตในบรูคลิน รัฐนิวยอร์ค และจะทำให้หลายครอบครัวมีที่พักอาศัยที่ทั้งประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กลุ่มอาสาสมัคร ซึ่งนำโดย Greg Hayes รองประธานฝ่ายการบัญชีและการเงินของ UTC ใช้เวลาทั้งวันในการวางผังอาคารสำหรับคอมเพล็กซ์สามอาคาร ที่คาดว่าจะเสร็จในต้นปี พ.ศ. 2552 พนักงานในสำนักงานใหญ่ของ UTC หลายคนที่มาอาสาสมัครได้แก่ Jennifer Caruso, Mark George, Corliss Montesi, Ken Parks, Tom Rogan, Jessica Smith, Peggy Smyth และ Tobin Treichal
โครงการ Brooklyn Habitat - NYC ประกอบด้วยอาคารสี่ชั้นสามอาคารแยกจากกัน มีทางเดินเชื่อมต่อกัน ใช้วิธีการออกแบบสำหรับสิ่งก่อสร้างที่ยั่งยืน การออกแบบนี้มีการควบคุมการกัดเซาะและตกตะกอน การใช้พืชที่ทนความแห้งแล้ง อุปกรณ์ประปาที่ไหลด้วยความเร็วต่ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ และสิ่งของที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานเป็นพิเศษ การใช้สีและสารกันซึมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และวัสดุที่เวียนใช้ใหม่ในกรณีที่เป็นไปได้
"ตามปกติ ผมมักนึกถึงโครงการ Habitat ว่าเป็นบ้านสำหรับครอบครัวเดียว แต่นี่นับเป็นการดำเนินการที่ใหญ่กว่ามากเลย" Corliss อาสาสมัครครั้งแรกของ Habitat กล่าว "การมีส่วนร่วมในกระบวนการที่คุณสามารถส่งผลต่อชุมชน เป็นเรื่องยิ่งใหญ่เสมอ คุณสามารถรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ได้จากที่นี่ เพราะเรากำลังทำงานเคียงคู่กับสมาชิกในครอบครัวที่กำลังจะมาอาศัยอยู่ในสิ่งก่อสร้างนี้"
เมื่อเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าโครงการสิ่งก่อสร้างใหม่นี้จะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง LEED (Leadership in Energy and Environmental Design - ความเป็นผู้นำในการออกแบบที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม) จาก Green Building Council สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มุ่งมั่นเพื่อขยายการสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยั่งยืน LEED เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการออกแบบ การก่อสร้าง และการดำเนินงานของสิ่งก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมความยั่งยืนในการพัฒนาสถานที่ ความมีประสิทธิภาพในการใช้น้ำและพลังงาน การเลือกวัสดุ และคุณภาพของสิ่งแวดล้อมในอาคาร
โครงการ Habitat - NYC ได้สร้างบ้านกว่า 170 หลังทั่วเขตเทศบาลห้าแห่งของนิวยอร์คซิตี้ ด้วยความช่วยเหลือของอาสาสมัครประมาณ 10,000 คนทุกปี UTC และพนักงานของบริษัท ได้สนับสนุนองค์กรเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว และในปี พ.ศ. 2547 ได้เริ่มให้เงินช่วยเหลือ Habitat -NYC โดยผ่านทางโครงการ Sustainable Cities ซึ่งใช้วิธีการก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกับการสร้างที่อยู่อาศัยที่ราคาพอควร ในงานเลี้ยงฉลองรางวัล Annual Builder Awards ครั้งที่แปดของ Habitat เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 UTC ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนระดับชั้นนำขององค์กร
"การช่วยเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของครอบครัวหนึ่งๆ พร้อมกับได้ทำบางอย่างที่ดีสำหรับสภาพแวดล้อม เป็นสิ่งที่พิเศษสุดและได้รับสิ่งตอบแทนที่ดีของโครงการนี้" Greg กล่าว "Habitat for Humanity จัดเป็นโครงการที่เป็นตัวกำหนดแนวโน้ม เพราะเพียงไม่กี่ปี ผมคิดว่าอาคารทั้งหลายจะนำมาตรฐาน LEED มาพิจารณาด้วยเช่นกัน"
บทเรียนชีวิตเกี่ยวกับคุณค่าของสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (EH&S)
Gary Griesheim แห่ง Pratt & Whitney ชื่นชมอย่างมากต่อโครงการสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัยที่ยูทีซีจัดทำขึ้นเพื่อขจัดสารเคมีอันตรายออกจากสถานประกอบการ
ความซาบซึ้งของเขาเพิ่มขึ้นเมื่อ Greg น้องชายของเขารอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์จากการตกลงไปในถังไตรคลอโรเอทิลีน (TCE) ที่โรงงานอีกแห่ง นับเป็นอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมอันร้ายแรงถึงชีวิต ที่เกือบจะก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมแก่คนในครอบครัว Griesheim
“Greg สูดดมไอระเหย TCE เข้าไปขณะกำลังแก้ปัญหารอยรั่วของท่อทำความสะอาด TCE ซึ่งร้อนจัดที่โรงงานผลิตในอิลลินอยส์ ซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นวิศวกรอุตสาหกรรม” Gary กล่าว
“อัศจรรย์มากที่ว่า ในขณะที่เขาหมดสติ หัวเข็มข้ดของ Greg เกี่ยวเข้ากับท่อที่ยื่นออกมาและช่วยรั้งตัวเขาไม่ให้ตกลงไปในถังเคมีทั้งตัว” Gary กล่าว “ผมบอกได้แค่ว่า เขาห้อยอยู่เหนือ TCE เพียงไม่กี่นิ้วเป็นเวลานานกว่าชั่วโมง” Gary เสริม
ไอระเหย TCE ทำให้ Greg มีอาการโคม่า ซึ่งครอบครัว Griesheim รู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่ง นั่นไม่ได้ส่งผลต่ออารมณ์ขันของ Greg เมื่อถูกถามถึงประสบการณ์ครั้งนั้น Greg ตอบว่า “คุณน่าจะไปถามคนอื่น เพราะผมหลับตลอดเวลาที่เกิดเหตุ”
ในช่วงแรกมีความกังวลกันว่าสมองของ Greg อาจได้รับความกระทบกระเทือนระยะยาวจากการสูดดมไอระเหย TCE แต่เขากลับฟื้นจากอาการโคม่าและหายเป็นปกติสองสามสัปดาห์หลังจากนั้น
Gary กล่าวว่า “หากผู้บริหารในสถานที่ทำงานของน้องชายผมเห็นความสำคัญของความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นอันดับแรก และมีผู้นำด้านกลยุทธ์อย่างที่ยูทีซี น้องชายของผมก็คงไม่ต้องเจอกับประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้”
เขาบอกเรื่องนี้แก่ George David ซึ่งเป็น CEO ของบริษัท ผ่านทางจดหมายที่เพื่อนร่วมงานกระตุ้นให้เขาเขียนเพื่อเล่าเรื่องราวเฉียดตายในระหว่างการประชุมความปลอดภัยของ Pratt & Whitney
จึงไม่น่าประหลาดใจเลยที่ Gary เป็นผู้สนับสนุนอย่างกระตือรือร้นให้กับความพยายามของยูทีซี ในการขจัดวัสดุอันตรายที่ใช้ในกระบวนการทำงาน
Gary เริ่มทำงานกับยูทีซี ที่ Pratt & Whitney ในปีพ.ศ. 2535 ในห้องวิจัยวิศวกรรมวัสดุ ในเวลาที่ใกล้เคียงกับช่วงแรกที่บริษัทเริ่มดำเนินงานค้นหากระบวนการและวัสดุที่ปลอดภัยเพื่อทดแทนสารเคมีอันตราย
“ผมทำงานใกล้ชิดกับวิศวกรวัสดุที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งมานานหลายเดือนหรือหลายปีเพื่อคิดค้นสารทำความสะอาดและกระบวนการทางเลือก” Gary กล่าว “ในตอนนั้น พวกเขาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลทางด้านกลยุทธ์ของผู้บริหารในการขจัดสารเคมีเหล่านี้ และสงสัยว่ามันอาจจะทำให้ UTC แข่งขันได้น้อยลงในตลาด”
ปัจจุบัน Gary ซึ่งทำงานที่โรงงานของ Pratt & Whitney ในโคลัมบัส รัฐจอร์เจีย มีความเคารพเป็นพิเศษต่อความรับผิดชอบที่แสดงออกโดยผู้บริหารของยูทีซี ในความพยายามด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย
“ยูทีซีกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง” เขากล่าว
ด้วยรัก จากรัสเซีย
การอุปการะเด็กคือสิ่งที่บรรณาธิการนิตยสาร Parents เรียกว่าเป็น “กระบวนการมหัศจรรย์ ที่ผู้ใหญ่และเด็กมาร่วมมือกันสร้างครอบครัวผ่านทางพลังแห่งรัก” มหัศจรรย์ดังกล่าวเป็นที่รับรู้เมื่อ Bob Loycano ผู้จัดการแผนสินค้าประเภท fasteners commodity ของ Pratt & Whitney และครอบครัวของเขารับอุปการะลูกสาวชื่อ Waverly Anastasia
หลังที่ Bob และ Kimberly ภรรยาของเขา ตัดสินใจรับอุปการะเด็กจาก รัสเซีย แล้ว พวกเขาต้องใช้เวลาสี่เดือนในการจัดเตรียมการเรียนที่บ้านและผ่านการตรวจสอบภูมิหลังตามข้อหนดก่อนที่จะสามารถสมัครเข้าโครงการรับอุปการะเด็กของรัสเซีย เมื่อสมัครเข้าโครงการแล้ว ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนในการหาเด็กที่เหมาะสม เด็กน้อยวัยสองขวบชื่อ Anastasia ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง Birobidzhan ในเขตปกครองตนเองของชาวยิว
ซึ่งตั้งอยู่ที่ ไซบีเรีย แถบตะวันออกไกล ครอบครัว Loycano จากซ้ายไปขวา Evan, Bob, Kimberly และ Waverly Anastasia ครอบครัว Loycano เดินทางไป Birobidzhan เพื่อพบกับลูกสาว ซึ่งทักทายพวกเขาโดยการโผเข้าหาอ้อมแขนของคนทั้งสอง ความผูกพันระหว่างพวกเขาเกิดขึ้นในทันทีทันใด แต่ที่เสียเวลาก็คือ กระบวนการขั้นสุดท้ายของการอุปการะ ที่ทำให้ต้องเดินทางไปรัสเซียอีกหลายอาทิตย์ต่อมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ ครอบครัว Loycano จึงได้เปลี่ยนชื่อของ Anastasia เป็น Waverly และใช้ชื่อ Anastasia เป็นชื่อกลาง หลังจากเตรียมงานเอกสารอีกหลายวันทั้งในไซบีเรียและมอสโก ในที่สุด Bob และภรรยาก็สามารถพา Waverly กลับบ้านได้
เมื่อกลับมาถึงบ้าน Waverly ได้พบกับ Evan พี่ชายซึ่งเป็นลูกชายวัยสี่ขวบของ Bob และ Kimberly ในตอนแรก Evan เพลิดเพลินกับการมีน้องสาวคนใหม่อย่างแท้จริง เขาสอน Waverly เล่นตุ๊กตาของเขาและสนุกกับการเป็นพี่ชาย อย่างไรก็ตาม วันที่สอง เขาตระหนักว่าน้องสาวคนใหม่จะมาอยู่ที่บ้านตลอดไป เขาจึงขอ “คุยกันเป็นการส่วนตัว” กับ Bob เขาอธิบายให้ Bob ฟังว่า “แบบนี้มันไม่ได้ผล” และ “เธอจะต้องกลับไป” Bob และ Kim พยายามที่จะไม่หัวเราะ และพยายามอย่างหนักในอีกสองเดือนข้างหน้าเพื่อช่วยให้ Evan ยอมรับน้องสาวคนใหม่
การเปลี่ยนแปลงที่ยากลำบากที่สุดสำหรับ Waverly คืออาหารและการนอน อาหารหลายอย่างเข้ากับเธอไม่ได้ และในภายหลังแพทย์ได้พบว่า เธอมีพยาธิที่มักพบในเด็กที่อาศัยในย่านเดียวกับที่เธออยู่ในรัสเซีย นอกจากนี้เธอยังมีปัญหาเรื่องการนอน และตามที่แพทย์การอุปการะเด็กระหว่างประเทศบอก ถ้าเธอตื่นขึ้นมาแล้วร้องไห้ Bob และ Kimberly จะต้องดูแลเธอเพื่อให้เธอเรียนรู้ถึงความรู้สึกผูกพันกับพวกเขาเหมือนเป็นพ่อแม่คนใหม่ของเธอ
ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา Waverly มีพัฒนาการขึ้นมากและปรับตัวได้ดี ครอบครัว Loycano ตื่นเต้นมากที่ได้เธอมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว... แม้แต่ Evan ซึ่งเมื่อถูกถามว่าดีใจไหมที่ Waverly มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เธอตอบด้วยเสียงอันดังว่า “แน่นอนที่สุด!” หากคุณกำลังคิดที่จะอุปการะเด็ก ให้ระลึกไว้ว่ายูทีซีมีสวัสดิการความช่วยเหลือด้านการอุปการะเด็ก
ทีมงานโอทิส
ทีมการเงินของโอทิสสนับสนุนโครงการบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ พวกเขาคุ้นเคยกับการนับตัวเลขให้กับโอทิส และรายงานผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม แต่เมื่อทีมการเงินนำทักษะมารวมกันเพื่อโครงการบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ ผลลัพธ์จึงยิ่งน่าประทับใจด้วยเช่นกัน
ปลายเดือนมิถุนายน พนักงานการเงินของโอทิส สำนักงานใหญ่ จำนวน 12 คนลงมือสร้างบ้านและใช้ทักษะของการทำงานเป็นทีมในโครงการบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ ในเขตฮาร์ทฟอร์ดเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม นับเป็นปีที่สี่แล้วที่ฝ่ายได้ทำงานร่วมกันเป็นทีม
พนักงานของโอทิสผนึกกำลังกับอาสาสมัครตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้เกษียณอายุเพื่อประกอบกำแพง ตอกแผ่นโลหะ ขนสิ่งติดตั้งในห้องน้ำจากรถขนส่งไปยังห้องน้ำของบ้านแต่ละหลัง วัดขนาดหลังคาและมุงหลังคาสำหรับบ้านสองหลัง
“เป็นความรู้สึกที่ดีมากที่ได้ทำอะไรให้คนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะเมื่อได้ทำกับเพื่อนพนักงานในสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไปจากที่ทำงานอย่างสิ้นเชิง” Angelo Messina, CEO ของโอทิส กล่าว
Messina อาสาช่วยงานครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ขณะทำงานที่ Carrier และยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับทีมทำงานเพื่อมนุษยชาติของโอทิส ในปีนี้ เขาอธิบายว่าถิ่นที่อยู่อาศัยเหล่านั้น เป็น “โอเอซิสในย่านพาณิชย์เก่าแก่ที่โรงงานปิดตัวลง ผมรู้สึกดีมากที่ได้เห็นครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งสร้างเสร็จเรียบร้อยในบริเวณนั้น”
Iris Huang นักวิเคราะห์อาวุโส ฝ่ายควบคุมและกำกับดูแล ค่อนข้างใหม่ต่อทีมโอทิส และได้เคยช่วยสร้างบ้านในย่านเดียวกันกับทีมจาก Stanley ซึ่งเป็นนายจ้างเดิมของเธอ
“มันเป็นย่านที่ไม่น่าอยู่เลย รกรุงรังที่สุดเท่าที่จะนึกภาพได้” เธอกล่าว “แต่ใจกลางย่านนี้กลับมีบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติหลายหลังที่สร้างใหม่สะอาดสะอ้านพร้อมสนามหญ้าสีเขียว ช่างเป็นความขัดแย้งที่น่าทึ่ง ฉันรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จและรู้ว่างานของเราจะสร้างความแตกต่างให้กับย่านนี้ได้ ขณะที่ฉันเหลียวมองไปรอบๆ ในวันนั้น ฉันรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้ทำงานให้กับสองบริษัทที่ต่างก็มีผู้นำที่มุ่งมั่นในความรับผิดชอบของบริษัท”
Meredith Lewis นักวิเคราะห์อาวุโสของ FP&A มีความเห็นตรงกัน เธอทำงานเป็นอาสาสมัครบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ มาเป็นเวลา 7 ปี โดยทำให้กับโอทิสสามปี
“นี่เป็นปีที่สามแล้วที่เรากลับไปที่เดิม” Lewis กล่าว “ขณะที่เราทำงาน เราได้เห็นครอบครัวต่างๆ ที่ตอนนี้พักอาศัยในบ้านที่เราเคยสร้างให้ในอดีต การได้เห็นเด็กๆ วิ่งเล่นไปมาในสนามโดยมีแม่คอยเฝ้าดูจากระเบียงหน้าบ้านช่วยให้คุณรับรู้ว่าคุณกำลังสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง และหลักฐานก็อยู่ตรงหน้านั้นแล้ว เมื่อฉันรู้สึกเหนื่อยหรือว่ามีคนบ่นเรื่องอากาศร้อน เราจะได้ยินเด็กๆ หัวเราะและมันก็ช่วยให้เรามีกำลังใจทำงานต่อไปได้”
สำหรับ Lewis แล้ว มุมมองในการสร้างทีมประจำวันเป็น “โบนัสนอกเหนือจากการช่วยชุมชน จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องทำงานร่วมกัน มิเช่นนั้นงานจะเดินต่อไปไม่ได้ กลุ่มของเราค่อนข้างจะทำงานร่วมกันได้ดีตลอดเวลา และท้ายที่สุด เราก็ได้เรียนรู้อย่างมากเกี่ยวกับความสามารถของแต่ละคน รูปแบบการทำงาน และชีวิตส่วนตัว ซึ่งเราได้นำกลับมายังที่ทำงานและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานเป็นทีมที่ดียิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
งานนี้นับเป็นครั้งแรกที่ Gabriel Acosta นักวิเคราะห์การเงินอาวุโส ได้เข้าร่วมในโครงการบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ
“ฉันอาสาช่วยงานเพราะฉันชอบความคิดในการสร้างบ้าน” Acosta กล่าว “มันทำให้ฉันรู้สึกดีและสนุก ฉันอยากทำแบบนั้นอีกครั้ง เป็นเรื่องพิเศษมากที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานและได้รู้จักอีกด้านที่แตกต่างของพวกเขา”
Tatyana Lobikin เห็นตรงกัน Lobikin ผู้จัดการเงินชดเชยและผู้ชำนาญการทั่วไปฝ่ายทรัพยากรบุคคลของสำนักงานใหญ่ เป็นอาสาสมัครโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติมาได้สี่ปีแล้ว
“ไม่มีสายงานในองค์กร ตำแหน่งงาน ระดับชั้น เราทุกคนเป็นแค่อาสาสมัครที่ติดป้ายชื่อเขียนด้วยปากกามาร์กเกอร์บนเทปกาวสีเงิน” เธอกล่าว “เราทำงานร่วมกันเพื่อจุดประสงค์ที่ดี ขณะเดียวกันก็สนุกกับมันด้วย ท้ายที่สุดแล้ว เราต่างก็รู้ว่าเราได้สร้างสิ่งที่มีค่าให้กับชีวิตของใครบางคน การเข้าร่วมในเหตุการณ์เหล่านี้ได้กลายเป็นเหตุการณ์ประจำปีในชีวิตของฉัน”
ระหว่างวัน Messina มีโอกาสพบปะกับเจ้าของบ้านในอนาคต “เธอเป็นหญิงชราที่น่ารักมาก และกำลังจะได้เป็นเจ้าของบ้านหลังแรกในชีวิต” เขากล่าวโดยตั้งข้อสังเกตว่า ในฐานะเจ้าหน้าที่การเงิน อาสาสมัครจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับรายละเอียดด้านการเงินของบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ “บ้านขายในราคา 80,000 เหรียญสหรัฐ จำนองโดยไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา 26 ปี … นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่จากสิ่งที่บริษัทที่แสวงหากำไรน่าจะทำ” เขากล่าว
สำหรับโครงการบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ ในเขตฮาร์ทฟอร์ดนั้น อาสาสมัครจะเป็นผู้ออกแรง ในขณะที่บุคคลธรรมดาและบริษัทเป็นผู้บริจาคเงินและวัสดุต่างๆ ในการสร้างบ้านพักอาศัยเพื่อมนุษยชาติ ครอบครัวผู้เข้าร่วมโครงการได้ลงแรงจำนวนหลายร้อยชั่วโมงแบบ "เหนื่อยทั่วหน้ากัน" ในการสร้างบ้านของตัวเองและบ้านของคนอื่น ตลอดสิบหกปีนี้บวกกับการทำงานหนักและการอุทิศตนของอาสาสมัคร เจ้าของบ้านและพนักงานได้สร้างบ้านเสร็จไปแล้วกว่า 100 หลัง ในเขตฮาร์ทฟอร์ด
หนังสือแห่งความฝันของโจชัว: เปลี่ยนความโศกเศร้าเป็นความปรารถนาดี
แค่หกปีที่ผ่านมานี่เองที่ Scott Plaisted พนักงาน Pratt & Whitney ผู้ตรวจสอบการทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ในนอร์ทเบอร์วิค รัฐเมน และภรรยา ทนทุกข์ทรมานจากโศกนาฏกรรมที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนเคยพบเจอ วันหนึ่งพวกเขายังเป็นครอบครัวที่อบอุ่นสี่คนโดยมี Joshua วัยสองขวบ และ Lindsey วัยสี่เดือนเคียงข้างกาย วันถัดมาพวกเขาได้รับแจ้งจากแพทย์ว่า Joshua เสียชีวิตด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
ในขณะที่กำลังเผชิญกับความเศร้าโศกที่ยากจะผ่านพ้นไปได้นี้ Scott และ Carol ย่อมไม่สามารถลืม Lindsey ลูกสาวตัวน้อยได้ การรู้ว่าจะต้องเป็นที่พึ่งให้ลูกสาว เป็นหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่เป็นกำลังให้พวกเขาเดินหน้าต่อไปหลังการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของ Joshua แม้ความเศร้าดูเหมือนจะไม่จางหายไป แต่ Scott และ Carol ก็ยึดมั่นในความคิดที่ว่า พวกเขาต้องหาหนทางสร้างความมั่นใจว่า Lindsey รู้จักพี่ชายของเธอ และมุ่งมั่นที่จะหาหนทางทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับ Joshua เป็นแรงบันดาลใจให้ไม่แต่เฉพาะ Lindsey เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเด็กคนอื่นและครอบครัวอื่นด้วย
Scott พูดในแง่ดีเกี่ยวกับการที่เขาและ Carol ตัดสินใจเริ่มต้น หนังสือแห่งความฝันของ Joshua โครงการหนังสือที่นำพาความสนุกสนานมาสู่เด็กหลายพันคน "เรานั่งลงและระดมความคิดเกี่ยวกับวิธีรำลึกถึง Josh" Scott กล่าว ขณะพูดถึงความรักการอ่านและการเรียนรู้ของลูกชาย "เขาชอบอ่านหนังสือทุกประเภท เรารู้ว่าเราต้องการแบ่งปันความรักการอ่านหนังสือของเขา"
Scott, Carol และ Lindsey รวบรวมหนังสือใหม่และหนังสือใช้แล้วที่มีสภาพดีเพื่อแจกจ่ายไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการหนังสือ ครอบครัว Plaisted ทำโครงการนี้ทั้งหมดภายในบ้านที่ยอร์ค รัฐเมน ปี 2544 จากการสนับสนุนของคณะกรรมการสวนสาธารณะและสันทนาการแห่งยอร์ค พวกเขาจึงได้เริ่มการแข่งขันวิ่งรายการ Joshua's Book of Dreams 5K Road Race มีนักวิ่งและนักเดิน 354 คนเข้าร่วมงานเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ เงินทุนที่ได้จากงานนี้ ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นประจำทุกปี ใช้ในการจัดซื้อหนังสือสำหรับห้องสมุดโรงเรียนและโครงการอ่านหนังสือของชุมชน
นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 2544 โครงการหนังสือแห่งความฝันของ Joshua ได้แจกจ่ายหนังสือไปแล้วกว่า 17,000 เล่ม โดยได้บริจาคหนังสือให้องค์กรเด็กในท้องถิ่นหลายๆ แห่ง รวมทั้งโครงการ Aircraft Club Angel Tree หนังสือของ Joshua ถูกส่งไปที่นิวยอร์ก หลังเหตุการณ์ถล่มตึกวันที่ 11 กันยายน และที่นิวออร์ลีนส์ หลังเกิดพายุเฮอร์ริเคนแคทริน่า
ทุกวัน Scott, Carol และ Lindsey ยังรำลึกถึง Josh และขอบคุณสำหรับเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับเขา และพรจากการรักการอ่านของเขาที่ทำให้มีผู้ดำเนินรอยตามเป็นจำนวนมาก Lindsey ยังคงใกล้ชิดกับพี่ชายของเธอจากการติดป้ายบนหนังสือทุกเล่มหรือจัดหนังสือลงกล่องเพื่อเตรียมนำส่ง แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีฑูตสวรรค์บนโลกใบนี้แล้ว แต่โครงการหนังสือแห่งความฝันของ Joshua จะช่วยรับประกันว่าครอบครัว Plaisted จะมีด้วยกันสี่คนตลอดไป
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถคลิกไปที่ www.cdc.gov www.cdc.gov
